เงินค่าขนมลูกควรให้เท่าไร?
- Rattana Aussawaprasitkul
- 2 days ago
- 1 min read
ลูกควรได้เงินค่าขนมวันละกี่บาท?
20 บาท?
50 บาท?
100 บาท?
หรือควรให้เป็นรายสัปดาห์?
เวลาพ่อแม่ถามว่า
“ลูกควรได้ค่าขนมเท่าไร?”

เราอยากได้ตัวเลข
แต่จริง ๆ แล้ว ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับเด็กทุกคน
เพราะเงิน 100 บาทของเด็กสองคนอาจมีความหมายไม่เหมือนกันเลย
เด็กคนแรกได้เงิน 100 บาทไว้ซื้อขนมอย่างเดียว
แต่อีกคนต้องใช้ 100 บาทสำหรับ
ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง + เครื่องเขียน + ขนม
ดังนั้นคำถามแรกไม่ควรเป็น
“ให้กี่บาท?”
แต่ควรเป็น
“เงินก้อนนี้ ลูกต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง?”

Thai PBS กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า การกำหนดค่าขนมควรพิจารณาทั้งช่วงวัย พฤติกรรมการใช้เงิน ความจำเป็น และบริบทของครอบครัว ไม่ใช่ดูจากจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว
วิธีคิดค่าขนมลูกแบบ Kru Koong
ครูกุ้ง Framework แบบนี้
STEP 1 — แยกก่อนว่า “แม่จ่าย” กับ “ลูกจ่าย”
นั่งกับลูกแล้วเขียนออกมา
แม่จ่าย
ค่าอาหารกลางวันค่าเดินทางค่าเรียนอุปกรณ์การเรียนหลักค่ารักษาพยาบาล
จากนั้นเขียน
ลูกจ่าย
ขนมของเล่นเล็ก ๆเครื่องเขียนที่อยากได้เพิ่มการ์ตูนของสะสมของที่อยากซื้อเอง
นี่เป็นบทสนทนาทางการเงินครั้งแรกได้เลย
STEP 2 — คำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
สมมติลูกต้องรับผิดชอบเองว่า
ขนมหลังเลิกเรียน 20 บาท × 5 วัน = 100 บาท
และมีค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ อีกประมาณ 50 บาท
Baseline จึงอยู่ประมาณ
150 บาท/สัปดาห์
แต่เรายังไม่จบตรงนี้
STEP 3 — ต้องมี “พื้นที่ให้ตัดสินใจ”
ถ้าเราให้เงินลูกเท่ากับค่าใช้จ่ายทุกบาทพอดี
เด็กแทบไม่มีอะไรให้บริหาร
ในทางกลับกัน ถ้าให้มากจนไม่ต้องเลือก เด็กก็แทบไม่ต้องบริหารเช่นกัน
เงินสำหรับฝึกจึงควรสร้างสถานการณ์ที่เด็กต้องคิดว่า
ฉันจะใช้เท่าไรจะเก็บเท่าไรวันนี้ซื้อหรือไม่ซื้อถ้าซื้อวันนี้ วันอื่นจะเหลือเท่าไร
นี่คือเหตุผลที่ ค่าขนมสามารถเป็น Learning Tool ได้
Thai PBS ก็เคยนำเสนอประเด็นค่าขนมโดยตรงในฐานะโอกาสสร้างนิสัยการออมและฝึกบริหารเงินของเด็ก
Daily หรือ Weekly แบบไหนดีกว่า?
ไม่มีคำตอบเดียว
เด็กที่เพิ่งเริ่มจัดการเงิน อาจเริ่มจากช่วงเวลาสั้นก่อน
รายวัน → 2–3 วัน → รายสัปดาห์ → ระยะยาวขึ้น
แทนที่จะเปลี่ยนเป็นรายเดือนทันที
เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้พ่อแม่สะดวก
แต่คือค่อย ๆ เพิ่ม ระยะเวลาที่เด็กต้องวางแผน
เช่น
วันนี้มี 100 บาท ใช้อย่างไรไม่ยากมาก
แต่ถ้า
“นี่คือ 500 บาทสำหรับ 5 วัน”
โจทย์เปลี่ยนทันที
เด็กต้องเริ่มคิดถึง อนาคต

ถ้าลูกใช้เงินหมดก่อนกำหนดล่ะ?
ตรงนี้สำคัญมาก
สมมติให้วันจันทร์ 500 บาทสำหรับหนึ่งสัปดาห์
วันพุธ...
หมดแล้ว
เหตุการณ์นี้อาจมีคุณค่าทางการเรียนรู้มากกว่าการสอนเรื่อง Budget เป็นชั่วโมง
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือยังไม่รีบเติมเงิน
แต่ถามก่อน
เงินหมดกับอะไรบ้าง?
ตอนให้เงิน หนูคิดว่าจะใช้อย่างไร?
มีอะไรเกิดขึ้นไม่เหมือนที่คิด?
ถ้าเริ่มใหม่สัปดาห์หน้า หนูอยากเปลี่ยนอะไร?
เราไม่ได้ต้องการให้เด็กรู้สึกผิด
เราต้องการให้เขาเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง
การตัดสินใจวันนี้ ↔ เงินที่เหลือในวันพรุ่งนี้
Activity: 7-Day Allowance Experiment
วันที่ 1
พ่อแม่กับลูกตกลงกันว่า
อะไรแม่จ่าย / อะไรลูกจ่าย
กำหนดเงินสำหรับ 7 วัน
วันที่ 2–6
ลูกตัดสินใจเอง
ทุกวันบันทึกเพียง
ได้รับ | ใช้ | เหลือ
ไม่ต้องทำบัญชีซับซ้อน
วันที่ 7
อย่าเริ่มด้วย
“เห็นไหม แม่บอกแล้ว”
ให้ถามว่า
อะไรที่หนูคิดว่าตัวเองทำได้ดี?
เงินหมดกับอะไรเยอะที่สุด?
มีอะไรที่ซื้อแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้มไหม?
ถ้าย้อนกลับไปวันแรกได้ จะจัดเงินต่างจากเดิมไหม?
สัปดาห์หน้าอยากลองอะไรใหม่?
นี่คือจุดที่เงินค่าขนมเปลี่ยนจาก
เงินที่พ่อแม่ให้ลูก
เป็น
พื้นที่ทดลองการตัดสินใจทางการเงิน
.png)



Comments