top of page

สอนลูกเรื่องเงิน เริ่มอย่างไร?

  • Writer: Rattana Aussawaprasitkul
    Rattana Aussawaprasitkul
  • 3 days ago
  • 1 min read

พ่อแม่ไม่ต้องเก่งการเงินก็เริ่มได้


อยากสอนลูกเรื่องเงิน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?

หลายครอบครัวอยากให้ลูก

  • ออมเงินเป็น

  • ใช้เงินเป็น

  • รู้คุณค่าของเงิน

  • ไม่ซื้อทุกอย่างที่อยากได้

  • และเมื่อโตขึ้น สามารถจัดการเงินของตัวเองได้

แต่คำถามคือ


“แล้วพ่อแม่ควรเริ่มสอนจากอะไร?”


ต้องเริ่มจากการออมก่อนหรือไม่?ต้องให้ค่าขนมหรือยัง?ต้องสอนเรื่องรายรับรายจ่ายหรือเปล่า?หรือควรรอให้ลูกโตกว่านี้?


ครูกุ้งเสนอว่า . . . อย่าเพิ่งเริ่มจากการพยายามสอนทุกเรื่อง แต่เริ่มจากการให้ลูกมีประสบการณ์กับเงินจริงในระดับที่เหมาะกับเขาก่อน

เรื่องเงินไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก “การสอน”

ลองนึกถึงเหตุการณ์ง่าย ๆ

ลูกอยากซื้อของเล่นราคา 300 บาท

เราสามารถบอกลูกว่า


“แพง ไม่ซื้อ”


เหตุการณ์จบลงทันที

แต่เราสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์เดียวกันให้เป็นการเรียนรู้ได้ด้วยคำถาม เช่น


“ตอนนี้หนูมีเงินเท่าไร?”“ถ้าอยากได้ หนูคิดว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง?”“ถ้าเอาเงินไปซื้อสิ่งนี้ จะเหลือเงินเท่าไร?”“ยังอยากซื้ออยู่ไหม?”


พ่อแม่ไม่ได้จำเป็นต้องเฉลยให้ลูกทุกครั้ง

แต่กำลังสร้างพื้นที่ให้ลูกได้

คิด → เลือก → ตัดสินใจ → เห็นผลของการตัดสินใจ แนวทางการใช้เหตุผลแทนคำสั่งและเปิดโอกาสให้เด็กคิดเลือกเองก็ปรากฏในคำแนะนำล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทบาทของพ่อแม่ในฐานะ “โค้ชการเงินประจำบ้าน”


แล้วแต่ละวัยควรเรียนรู้อะไร?

ไม่จำเป็นต้องให้เด็กทุกวัยเรียนเรื่องเดียวกัน


อายุประมาณ 3–5 ปี

เริ่มจากโลกที่เด็กมองเห็นและสัมผัสได้

รู้จักเหรียญและธนบัตรรู้ว่าเงินใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของลองเลือกของลองจ่ายเงินจริงเริ่มรู้ว่าเราไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้


อายุประมาณ 6–8 ปี

เริ่มให้เด็กมีเงินจำนวนเล็ก ๆ ที่จัดการเอง

ฝึกเลือกว่าจะ ใช้หรือเก็บเริ่มตั้งเป้าหมายการออมแยก สิ่งที่จำเป็น / สิ่งที่อยากได้ทดลองซื้อของด้วยงบที่จำกัด


อายุประมาณ 9–12 ปี

เพิ่มความรับผิดชอบในการจัดการเงิน

มีค่าขนมที่ต้องบริหารวางแผนก่อนใช้บันทึกรายรับรายจ่ายอย่างง่ายตั้งเป้าหมายเรียนรู้การหารายได้เริ่มเข้าใจต้นทุน กำไร และการลงทุนเบื้องต้น


อายุ 13 ปีขึ้นไป

เริ่มเชื่อมเงินกับชีวิตจริงมากขึ้น

งบประมาณรายได้การหารายได้บัญชีธนาคารดอกเบี้ยหนี้การลงทุนความเสี่ยงเงินดิจิทัลและความปลอดภัย


ไม่จำเป็นต้องยึดอายุเป็นเส้นแบ่งตายตัว เพราะเด็กแต่ละคนมีประสบการณ์และความพร้อมต่างกัน




ก่อนสอน ลองถามลูก 5 ข้อนี้


นี่คือส่วนที่ผมอยากให้กลายเป็น Tool แรกของบทความ

ไม่ต้องบอกคำตอบ ไม่ต้องแก้คำตอบของลูก

ลองถามว่า


1. เงินเอาไว้ทำอะไร?

2. ถ้ามีเงิน 100 บาท หนูจะทำอะไรกับมัน?

3. ถ้าอยากได้ของราคา 300 บาท แต่มีเงิน 100 บาท หนูจะทำอย่างไร?

4. ถ้าเงินค่าขนมหมดก่อนถึงวันที่แม่จะให้อีกครั้ง หนูจะทำอย่างไร?

5. ถ้ามีคนให้เงิน 1,000 บาท หนูจะจัดการเงินก้อนนี้อย่างไร?


คำตอบของลูกอาจทำให้เราเห็นว่า


สิ่งที่ลูกเข้าใจเรื่องเงิน อาจไม่เหมือนสิ่งที่เราคิดว่าลูกเข้าใจ


Activity: ทดลองให้เงิน 100 บาท

ให้ลูกมีเงิน 100 บาทที่เขามีสิทธิ์ตัดสินใจ

พ่อแม่ไม่ต้องรีบสอนว่า

“ต้องเก็บนะ”“อย่าใช้หมด”“ซื้ออันนี้ไม่คุ้ม”

แต่สังเกตว่าเขาทำอะไร

เด็กบางคนอาจใช้หมดทันทีบางคนแบ่งเก็บบางคนไม่กล้าใช้บางคนมีเป้าหมายอยู่แล้วบางคนอาจถามว่าจะทำอย่างไรให้เงินเพิ่มขึ้น

พฤติกรรมเหล่านี้คือข้อมูล


จากนั้นจึงคุยกับลูกว่า

“หนูตัดสินใจแบบนี้เพราะอะไร?”

ตรงนี้ต่างหากคือจุดเริ่มต้นของ Financial Literacy





พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญการเงิน

สิ่งสำคัญกว่าการรู้ศัพท์การเงินจำนวนมาก คือการสร้างโอกาสให้ลูกได้ใช้ทักษะเหล่านั้น


เพราะสุดท้ายเราไม่ได้ต้องการเพียงเด็กที่ตอบได้ว่า

“การออมคืออะไร”



แต่ต้องการให้วันหนึ่งเขาสามารถมองเงินของตัวเองแล้วคิดได้ว่า

“เงินก้อนนี้ ฉันจะจัดการมันอย่างไร?”


Next Step

เมื่อรู้แล้วว่าลูกคิดเรื่องเงินอย่างไร คำถามต่อไปคือ

แล้วควรให้ลูกมี “เงินค่าขนม” เท่าไร จึงจะมากพอให้ฝึก แต่ไม่มากจนเงินไม่มีข้อจำกัด?




Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
bottom of page